แท่งเทียนญี่ปุ่น (Japanese Candlestick)
อ่านแท่งเทียนพื้นฐาน + รูปแบบสำคัญที่ต้องจำ 12 patterns
แท่งเทียนญี่ปุ่น (Japanese Candlestick)
แท่งเทียนญี่ปุ่น หรือ Japanese Candlestick เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นวิธีการแสดงผลราคาที่ให้ข้อมูลมากกว่า Line Chart หรือ Bar Chart ทั่วไป และเป็นพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเข้าใจก่อนจะไปเรียนรู้เรื่องอื่น
ประวัติแท่งเทียน
แท่งเทียนญี่ปุ่นถูกคิดค้นโดย Munehisa Homma (本間宗久) พ่อค้าข้าวชาวญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 18 ณ ตลาดข้าว Dojima ในเมือง Osaka ประเทศญี่ปุ่น
Homma สังเกตว่าราคาข้าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Supply/Demand เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ อารมณ์ของผู้ค้า อีกด้วย เขาจึงพัฒนาระบบการบันทึกราคาที่สะท้อนจิตวิทยาตลาดออกมาเป็นรูปแบบแท่งเทียน
ต่อมาในปี 1991 Steve Nison ได้นำเทคนิคนี้มาเผยแพร่สู่โลกตะวันตกผ่านหนังสือ "Japanese Candlestick Charting Techniques" จนกลายเป็นมาตรฐานที่เทรดเดอร์ทั่วโลกใช้กัน
โครงสร้างแท่งเทียน
แท่งเทียนแต่ละแท่งประกอบด้วยข้อมูล 4 ค่า ที่สำคัญ:
ค่าราคา 4 ตัว (OHLC)
- Open (ราคาเปิด) — ราคา ณ ตอนเริ่มต้นของช่วงเวลานั้น
- High (ราคาสูงสุด) — ราคาสูงที่สุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
- Low (ราคาต่ำสุด) — ราคาต่ำที่สุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
- Close (ราคาปิด) — ราคา ณ ตอนสิ้นสุดของช่วงเวลานั้น
ส่วนประกอบของแท่งเทียน
- Body (ตัวเทียน) — ส่วนที่เป็นสี่เหลี่ยมตรงกลาง แสดงช่วงระหว่าง Open กับ Close
- Upper Shadow / Upper Wick (ไส้เทียนบน) — เส้นที่ยื่นขึ้นด้านบนจาก Body ไปถึง High
- Lower Shadow / Lower Wick (ไส้เทียนล่าง) — เส้นที่ยื่นลงด้านล่างจาก Body ไปถึง Low
---|--- High
| |
| Upper Shadow
| |
======== Open หรือ Close (แล้วแต่ทิศทาง)
| |
| Body |
| |
======== Close หรือ Open
| |
| Lower Shadow
| |
---|--- Low
แท่งเทียนขาขึ้น (Bullish) vs ขาลง (Bearish)
Bullish Candle (แท่งเทียนขาขึ้น)
- Close สูงกว่า Open — ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด
- โดยทั่วไปแสดงเป็น สีเขียว หรือ สีขาว
- แสดงว่าผู้ซื้อ (Bulls) มีอำนาจเหนือกว่าในช่วงเวลานั้น
Bearish Candle (แท่งเทียนขาลง)
- Close ต่ำกว่า Open — ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด
- โดยทั่วไปแสดงเป็น สีแดง หรือ สีดำ
- แสดงว่าผู้ขาย (Bears) มีอำนาจเหนือกว่าในช่วงเวลานั้น
Tip: ขนาดของ Body บอก "ความแรง" ของแท่งเทียน — Body ใหญ่ = แรงซื้อ/ขายแรง, Body เล็ก = ตลาดลังเล
Timeframe กับแท่งเทียน
แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแทน 1 ช่วงเวลา ตาม Timeframe ที่เลือก:
- M1 (1 นาที) — แท่งเทียน 1 แท่ง = ข้อมูลราคาใน 1 นาที
- M5 (5 นาที) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 5 นาที
- M15 (15 นาที) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 15 นาที
- H1 (1 ชั่วโมง) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 1 ชั่วโมง
- H4 (4 ชั่วโมง) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 4 ชั่วโมง
- D1 (1 วัน) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 1 วัน
- W1 (1 สัปดาห์) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 1 สัปดาห์
สำคัญ: Candlestick Pattern ที่เกิดบน Timeframe ใหญ่ (H4, D1, W1) มีความน่าเชื่อถือมากกว่า Timeframe เล็ก (M1, M5) เพราะมีข้อมูลราคามากกว่า
Single Candlestick Patterns
1. Doji (โดจิ)
Doji เกิดขึ้นเมื่อ ราคาเปิดและราคาปิดเท่ากันหรือใกล้เคียงกันมาก ทำให้ Body แทบไม่มี แสดงถึงความลังเลของตลาด ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายต่อสู้กันแต่ไม่มีฝ่ายใดชนะ
4 ประเภทของ Doji:
- Standard Doji — ไส้เทียนบนและล่างยาวพอกัน แสดงความลังเลทั้งสองทิศทาง
- Long-legged Doji — ไส้เทียนบนและล่างยาวมาก แสดงความผันผวนสูงแต่จบลงที่ราคาเดิม ตลาดกำลังตัดสินใจทิศทางครั้งใหญ่
- Dragonfly Doji — ไส้เทียนล่างยาวมาก ไม่มีไส้เทียนบน แสดงว่าผู้ขายกดราคาลงแต่ผู้ซื้อดึงกลับขึ้นมาได้ทั้งหมด เป็นสัญญาณ Bullish เมื่ออยู่ที่จุดต่ำ
- Gravestone Doji — ไส้เทียนบนยาวมาก ไม่มีไส้เทียนล่าง แสดงว่าผู้ซื้อดันราคาขึ้นแต่ผู้ขายกดกลับลงมาทั้งหมด เป็นสัญญาณ Bearish เมื่ออยู่ที่จุดสูง
2. Hammer & Hanging Man
ทั้งสอง Pattern มีรูปร่างเหมือนกัน คือ Body เล็กอยู่ด้านบน มีไส้เทียนล่างยาว (อย่างน้อย 2 เท่าของ Body) แต่ต่างกันที่ตำแหน่ง:
- Hammer (ค้อน) — เกิดที่ ก้นเทรนด์ขาลง เป็นสัญญาณว่าแรงขายเริ่มหมด ผู้ซื้ออาจเริ่มเข้ามา สัญญาณ Bullish Reversal
- Hanging Man (คนแขวนคอ) — เกิดที่ ยอดเทรนด์ขาขึ้น เป็นสัญญาณว่าแรงซื้อเริ่มหมด ผู้ขายอาจเริ่มเข้ามา สัญญาณ Bearish Reversal
3. Inverted Hammer & Shooting Star
รูปร่างกลับด้านจาก Hammer คือ Body เล็กอยู่ด้านล่าง มีไส้เทียนบนยาว:
- Inverted Hammer — เกิดที่ก้นเทรนด์ขาลง เป็นสัญญาณ Bullish Reversal (ต้องรอ Confirmation จากแท่งถัดไป)
- Shooting Star (ดาวตก) — เกิดที่ยอดเทรนด์ขาขึ้น เป็นสัญญาณ Bearish Reversal ที่แรง แสดงว่าผู้ซื้อพยายามดันราคาขึ้นแต่ถูกผู้ขายตีกลับลงมา
4. Marubozu
แท่งเทียนที่ ไม่มีไส้เทียนเลย (หรือไส้สั้นมาก) มีแค่ Body ล้วน:
- Bullish Marubozu — แท่งเทียนเขียวยาวไม่มีไส้ แสดง แรงซื้อที่ทรงพลังมาก ผู้ซื้อควบคุมตลาดตั้งแต่เปิดจนปิด
- Bearish Marubozu — แท่งเทียนแดงยาวไม่มีไส้ แสดง แรงขายที่ทรงพลังมาก ผู้ขายควบคุมตลาดตั้งแต่เปิดจนปิด
5. Spinning Top
แท่งเทียนที่มี Body เล็กอยู่ตรงกลาง มีไส้เทียนบนและล่างยาวพอกัน คล้าย Doji แต่มี Body เห็นได้ชัดกว่า แสดงถึงความไม่แน่นอนของตลาด ทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขายยังต่อสู้กันอยู่
Double Candlestick Patterns
1. Engulfing Pattern
เป็น Pattern ที่แท่งเทียนแท่งที่ 2 มี Body กลืน (Engulf) Body ของแท่งที่ 1 ทั้งหมด:
- Bullish Engulfing — แท่งแรกเป็นแท่งแดงเล็ก แท่งที่สองเป็นแท่งเขียวใหญ่กลืนแท่งแรก เกิดที่ก้นเทรนด์ขาลง เป็นสัญญาณ กลับตัวขึ้น ที่แรงมาก
- Bearish Engulfing — แท่งแรกเป็นแท่งเขียวเล็ก แท่งที่สองเป็นแท่งแดงใหญ่กลืนแท่งแรก เกิดที่ยอดเทรนด์ขาขึ้น เป็นสัญญาณ กลับตัวลง ที่แรงมาก
Tip: Engulfing Pattern เป็นหนึ่งใน Pattern ที่น่าเชื่อถือที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเกิดที่ระดับ Support/Resistance สำคัญ
2. Harami Pattern
ตรงข้ามกับ Engulfing คือแท่งที่ 2 มี Body เล็กกว่า และอยู่ภายใน Body ของแท่งที่ 1:
- Bullish Harami — แท่งแรกเป็นแท่งแดงใหญ่ แท่งที่สองเป็นแท่งเขียวเล็กอยู่ภายใน Body แท่งแรก แสดงว่าแรงขายเริ่มอ่อนลง
- Bearish Harami — แท่งแรกเป็นแท่งเขียวใหญ่ แท่งที่สองเป็นแท่งแดงเล็กอยู่ภายใน Body แท่งแรก แสดงว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนลง
3. Tweezers Top & Bottom
- Tweezers Top — แท่งเทียน 2 แท่งที่มี High เท่ากัน เกิดที่ยอดเทรนด์ขาขึ้น แสดงว่าราคาพยายามขึ้นไปสูงกว่าแต่ถูกตีกลับที่ระดับเดิม 2 ครั้ง เป็นสัญญาณ Bearish Reversal
- Tweezers Bottom — แท่งเทียน 2 แท่งที่มี Low เท่ากัน เกิดที่ก้นเทรนด์ขาลง แสดงว่าราคาพยายามลงต่ำกว่าแต่มีแรงซื้อเข้ามาที่ระดับเดิม 2 ครั้ง เป็นสัญญาณ Bullish Reversal
Triple Candlestick Patterns
1. Morning Star & Evening Star
Morning Star (ดาวรุ่ง) — เป็น Bullish Reversal Pattern ที่ประกอบด้วย 3 แท่ง:
1. แท่งแดงใหญ่ (Bearish momentum ยังแรง)
2. แท่งเล็ก Body สั้น (Doji หรือ Spinning Top — ตลาดลังเล)
3. แท่งเขียวใหญ่ที่ปิดเหนือจุดกึ่งกลางของแท่งแรก (Bulls เริ่มกลับมา)
Evening Star (ดาวค่ำ) — เป็น Bearish Reversal Pattern ตรงข้ามกับ Morning Star:
1. แท่งเขียวใหญ่ (Bullish momentum ยังแรง)
2. แท่งเล็ก Body สั้น (ตลาดลังเล)
3. แท่งแดงใหญ่ที่ปิดใต้จุดกึ่งกลางของแท่งแรก (Bears เริ่มกลับมา)
Tip: Morning Star และ Evening Star เป็น Pattern ที่น่าเชื่อถือมาก โดยเฉพาะบน Timeframe H4 ขึ้นไป
2. Three White Soldiers & Three Black Crows
Three White Soldiers (ทหาร 3 นาย):
- แท่งเทียนเขียว 3 แท่งติดต่อกัน แต่ละแท่งเปิดภายใน Body ของแท่งก่อนหน้าและปิดสูงกว่า
- แสดง แรงซื้อต่อเนื่องที่ทรงพลัง
- มักเกิดหลัง Downtrend เป็นสัญญาณ Bullish Reversal ที่แรง
Three Black Crows (อีกา 3 ตัว):
- แท่งเทียนแดง 3 แท่งติดต่อกัน แต่ละแท่งเปิดภายใน Body ของแท่งก่อนหน้าและปิดต่ำกว่า
- แสดง แรงขายต่อเนื่องที่ทรงพลัง
- มักเกิดหลัง Uptrend เป็นสัญญาณ Bearish Reversal ที่แรง
วิธีใช้ Candlestick กับ Context
สิ่งสำคัญที่สุด ที่เทรดเดอร์มือใหม่มักพลาดคือ การดู Candlestick Pattern โดยไม่ดูบริบท (Context) รอบข้าง
กฎการใช้ Candlestick ที่ถูกต้อง:
1. ดูตำแหน่งของ Pattern — Pattern เกิดที่ไหน? อยู่ที่ Support/Resistance หรือเปล่า? อยู่ในเทรนด์อะไร? Bullish Engulfing ที่เกิดกลางทางไม่มีค่าเท่ากับที่เกิดที่ Support
2. ดู Timeframe — Pattern บน D1 มีน้ำหนักมากกว่า M5 อย่างเทียบไม่ได้ ยิ่ง Timeframe ใหญ่ ยิ่งมีคนเห็นและตอบสนองมากขึ้น
3. รอ Confirmation — อย่าเข้าเทรดแค่เห็น Pattern เพียงอย่างเดียว รอแท่งเทียนถัดไปยืนยันก่อน เช่น ถ้าเห็น Hammer ที่ Support ให้รอแท่งถัดไปปิดเขียวยืนยัน
4. ใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น — ใช้ร่วมกับ Support/Resistance, Trendline, Moving Average, Volume เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ (Confluence)
5. อย่าท่องจำแค่ชื่อ — สิ่งสำคัญกว่าชื่อ Pattern คือการ เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในตลาด ใครชนะ ใครแพ้ แรงซื้อ/แรงขายเป็นอย่างไร
คำเตือน: ไม่มี Candlestick Pattern ใดที่ทำงานได้ 100% ทุก Pattern มีโอกาสผิดพลาดเสมอ จงใช้ร่วมกับ Risk Management เสมอ
สรุป
- แท่งเทียนญี่ปุ่นถูกคิดค้นโดย Munehisa Homma มากว่า 200 ปี และยังคงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในปัจจุบัน
- แท่งเทียนแต่ละแท่งบอก 4 ค่า: Open, High, Low, Close
- Single Patterns (Doji, Hammer, Shooting Star, Marubozu) บอกสภาวะตลาดในแท่งเดียว
- Double Patterns (Engulfing, Harami, Tweezers) บอกการเปลี่ยนแปลงของแรงซื้อ/แรงขาย
- Triple Patterns (Morning Star, Evening Star, Three Soldiers/Crows) บอกสัญญาณกลับตัวที่แรง
- ห้ามใช้ Pattern อย่างเดียว ต้องดูบริบท ตำแหน่ง Timeframe และใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นเสมอ
- ในบทถัดไป เราจะเรียนรู้เรื่อง แนวรับแนวต้าน (Support & Resistance) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำให้ Candlestick Pattern มีความหมายมากขึ้น
