iJam StudioiJam Studio
📊 บทที่ 3: วิเคราะห์ทางเทคนิค

แท่งเทียนญี่ปุ่น (Japanese Candlestick)

อ่านแท่งเทียนพื้นฐาน + รูปแบบสำคัญที่ต้องจำ 12 patterns

25 นาทีบทเรียนที่ 7

แท่งเทียนญี่ปุ่น (Japanese Candlestick)

แท่งเทียนญี่ปุ่น หรือ Japanese Candlestick เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นวิธีการแสดงผลราคาที่ให้ข้อมูลมากกว่า Line Chart หรือ Bar Chart ทั่วไป และเป็นพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเข้าใจก่อนจะไปเรียนรู้เรื่องอื่น


ประวัติแท่งเทียน

แท่งเทียนญี่ปุ่นถูกคิดค้นโดย Munehisa Homma (本間宗久) พ่อค้าข้าวชาวญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 18 ณ ตลาดข้าว Dojima ในเมือง Osaka ประเทศญี่ปุ่น

Homma สังเกตว่าราคาข้าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Supply/Demand เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ อารมณ์ของผู้ค้า อีกด้วย เขาจึงพัฒนาระบบการบันทึกราคาที่สะท้อนจิตวิทยาตลาดออกมาเป็นรูปแบบแท่งเทียน

ต่อมาในปี 1991 Steve Nison ได้นำเทคนิคนี้มาเผยแพร่สู่โลกตะวันตกผ่านหนังสือ "Japanese Candlestick Charting Techniques" จนกลายเป็นมาตรฐานที่เทรดเดอร์ทั่วโลกใช้กัน


โครงสร้างแท่งเทียน

แท่งเทียนแต่ละแท่งประกอบด้วยข้อมูล 4 ค่า ที่สำคัญ:

ค่าราคา 4 ตัว (OHLC)

  • Open (ราคาเปิด) — ราคา ณ ตอนเริ่มต้นของช่วงเวลานั้น
  • High (ราคาสูงสุด) — ราคาสูงที่สุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
  • Low (ราคาต่ำสุด) — ราคาต่ำที่สุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
  • Close (ราคาปิด) — ราคา ณ ตอนสิ้นสุดของช่วงเวลานั้น

ส่วนประกอบของแท่งเทียน

  • Body (ตัวเทียน) — ส่วนที่เป็นสี่เหลี่ยมตรงกลาง แสดงช่วงระหว่าง Open กับ Close
  • Upper Shadow / Upper Wick (ไส้เทียนบน) — เส้นที่ยื่นขึ้นด้านบนจาก Body ไปถึง High
  • Lower Shadow / Lower Wick (ไส้เทียนล่าง) — เส้นที่ยื่นลงด้านล่างจาก Body ไปถึง Low
---|--- High
       |  |
       | Upper Shadow
       |  |
       ========  Open หรือ Close (แล้วแต่ทิศทาง)
       |      |
       | Body |
       |      |
       ========  Close หรือ Open
       |  |
       | Lower Shadow
       |  |
       ---|--- Low

แท่งเทียนขาขึ้น (Bullish) vs ขาลง (Bearish)

Bullish Candle (แท่งเทียนขาขึ้น)

  • Close สูงกว่า Open — ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด
  • โดยทั่วไปแสดงเป็น สีเขียว หรือ สีขาว
  • แสดงว่าผู้ซื้อ (Bulls) มีอำนาจเหนือกว่าในช่วงเวลานั้น

Bearish Candle (แท่งเทียนขาลง)

  • Close ต่ำกว่า Open — ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด
  • โดยทั่วไปแสดงเป็น สีแดง หรือ สีดำ
  • แสดงว่าผู้ขาย (Bears) มีอำนาจเหนือกว่าในช่วงเวลานั้น

Tip: ขนาดของ Body บอก "ความแรง" ของแท่งเทียน — Body ใหญ่ = แรงซื้อ/ขายแรง, Body เล็ก = ตลาดลังเล


Timeframe กับแท่งเทียน

แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแทน 1 ช่วงเวลา ตาม Timeframe ที่เลือก:

  • M1 (1 นาที) — แท่งเทียน 1 แท่ง = ข้อมูลราคาใน 1 นาที
  • M5 (5 นาที) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 5 นาที
  • M15 (15 นาที) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 15 นาที
  • H1 (1 ชั่วโมง) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 1 ชั่วโมง
  • H4 (4 ชั่วโมง) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 4 ชั่วโมง
  • D1 (1 วัน) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 1 วัน
  • W1 (1 สัปดาห์) — แท่งเทียน 1 แท่ง = 1 สัปดาห์

สำคัญ: Candlestick Pattern ที่เกิดบน Timeframe ใหญ่ (H4, D1, W1) มีความน่าเชื่อถือมากกว่า Timeframe เล็ก (M1, M5) เพราะมีข้อมูลราคามากกว่า


Single Candlestick Patterns

1. Doji (โดจิ)

Doji เกิดขึ้นเมื่อ ราคาเปิดและราคาปิดเท่ากันหรือใกล้เคียงกันมาก ทำให้ Body แทบไม่มี แสดงถึงความลังเลของตลาด ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายต่อสู้กันแต่ไม่มีฝ่ายใดชนะ

4 ประเภทของ Doji:

  • Standard Doji — ไส้เทียนบนและล่างยาวพอกัน แสดงความลังเลทั้งสองทิศทาง
  • Long-legged Doji — ไส้เทียนบนและล่างยาวมาก แสดงความผันผวนสูงแต่จบลงที่ราคาเดิม ตลาดกำลังตัดสินใจทิศทางครั้งใหญ่
  • Dragonfly Doji — ไส้เทียนล่างยาวมาก ไม่มีไส้เทียนบน แสดงว่าผู้ขายกดราคาลงแต่ผู้ซื้อดึงกลับขึ้นมาได้ทั้งหมด เป็นสัญญาณ Bullish เมื่ออยู่ที่จุดต่ำ
  • Gravestone Doji — ไส้เทียนบนยาวมาก ไม่มีไส้เทียนล่าง แสดงว่าผู้ซื้อดันราคาขึ้นแต่ผู้ขายกดกลับลงมาทั้งหมด เป็นสัญญาณ Bearish เมื่ออยู่ที่จุดสูง

2. Hammer & Hanging Man

ทั้งสอง Pattern มีรูปร่างเหมือนกัน คือ Body เล็กอยู่ด้านบน มีไส้เทียนล่างยาว (อย่างน้อย 2 เท่าของ Body) แต่ต่างกันที่ตำแหน่ง:

  • Hammer (ค้อน) — เกิดที่ ก้นเทรนด์ขาลง เป็นสัญญาณว่าแรงขายเริ่มหมด ผู้ซื้ออาจเริ่มเข้ามา สัญญาณ Bullish Reversal
  • Hanging Man (คนแขวนคอ) — เกิดที่ ยอดเทรนด์ขาขึ้น เป็นสัญญาณว่าแรงซื้อเริ่มหมด ผู้ขายอาจเริ่มเข้ามา สัญญาณ Bearish Reversal

3. Inverted Hammer & Shooting Star

รูปร่างกลับด้านจาก Hammer คือ Body เล็กอยู่ด้านล่าง มีไส้เทียนบนยาว:

  • Inverted Hammer — เกิดที่ก้นเทรนด์ขาลง เป็นสัญญาณ Bullish Reversal (ต้องรอ Confirmation จากแท่งถัดไป)
  • Shooting Star (ดาวตก) — เกิดที่ยอดเทรนด์ขาขึ้น เป็นสัญญาณ Bearish Reversal ที่แรง แสดงว่าผู้ซื้อพยายามดันราคาขึ้นแต่ถูกผู้ขายตีกลับลงมา

4. Marubozu

แท่งเทียนที่ ไม่มีไส้เทียนเลย (หรือไส้สั้นมาก) มีแค่ Body ล้วน:

  • Bullish Marubozu — แท่งเทียนเขียวยาวไม่มีไส้ แสดง แรงซื้อที่ทรงพลังมาก ผู้ซื้อควบคุมตลาดตั้งแต่เปิดจนปิด
  • Bearish Marubozu — แท่งเทียนแดงยาวไม่มีไส้ แสดง แรงขายที่ทรงพลังมาก ผู้ขายควบคุมตลาดตั้งแต่เปิดจนปิด

5. Spinning Top

แท่งเทียนที่มี Body เล็กอยู่ตรงกลาง มีไส้เทียนบนและล่างยาวพอกัน คล้าย Doji แต่มี Body เห็นได้ชัดกว่า แสดงถึงความไม่แน่นอนของตลาด ทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขายยังต่อสู้กันอยู่


Double Candlestick Patterns

1. Engulfing Pattern

เป็น Pattern ที่แท่งเทียนแท่งที่ 2 มี Body กลืน (Engulf) Body ของแท่งที่ 1 ทั้งหมด:

  • Bullish Engulfing — แท่งแรกเป็นแท่งแดงเล็ก แท่งที่สองเป็นแท่งเขียวใหญ่กลืนแท่งแรก เกิดที่ก้นเทรนด์ขาลง เป็นสัญญาณ กลับตัวขึ้น ที่แรงมาก
  • Bearish Engulfing — แท่งแรกเป็นแท่งเขียวเล็ก แท่งที่สองเป็นแท่งแดงใหญ่กลืนแท่งแรก เกิดที่ยอดเทรนด์ขาขึ้น เป็นสัญญาณ กลับตัวลง ที่แรงมาก

Tip: Engulfing Pattern เป็นหนึ่งใน Pattern ที่น่าเชื่อถือที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเกิดที่ระดับ Support/Resistance สำคัญ

2. Harami Pattern

ตรงข้ามกับ Engulfing คือแท่งที่ 2 มี Body เล็กกว่า และอยู่ภายใน Body ของแท่งที่ 1:

  • Bullish Harami — แท่งแรกเป็นแท่งแดงใหญ่ แท่งที่สองเป็นแท่งเขียวเล็กอยู่ภายใน Body แท่งแรก แสดงว่าแรงขายเริ่มอ่อนลง
  • Bearish Harami — แท่งแรกเป็นแท่งเขียวใหญ่ แท่งที่สองเป็นแท่งแดงเล็กอยู่ภายใน Body แท่งแรก แสดงว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนลง

3. Tweezers Top & Bottom

  • Tweezers Top — แท่งเทียน 2 แท่งที่มี High เท่ากัน เกิดที่ยอดเทรนด์ขาขึ้น แสดงว่าราคาพยายามขึ้นไปสูงกว่าแต่ถูกตีกลับที่ระดับเดิม 2 ครั้ง เป็นสัญญาณ Bearish Reversal
  • Tweezers Bottom — แท่งเทียน 2 แท่งที่มี Low เท่ากัน เกิดที่ก้นเทรนด์ขาลง แสดงว่าราคาพยายามลงต่ำกว่าแต่มีแรงซื้อเข้ามาที่ระดับเดิม 2 ครั้ง เป็นสัญญาณ Bullish Reversal

Triple Candlestick Patterns

1. Morning Star & Evening Star

Morning Star (ดาวรุ่ง) — เป็น Bullish Reversal Pattern ที่ประกอบด้วย 3 แท่ง:
1. แท่งแดงใหญ่ (Bearish momentum ยังแรง)
2. แท่งเล็ก Body สั้น (Doji หรือ Spinning Top — ตลาดลังเล)
3. แท่งเขียวใหญ่ที่ปิดเหนือจุดกึ่งกลางของแท่งแรก (Bulls เริ่มกลับมา)

Evening Star (ดาวค่ำ) — เป็น Bearish Reversal Pattern ตรงข้ามกับ Morning Star:
1. แท่งเขียวใหญ่ (Bullish momentum ยังแรง)
2. แท่งเล็ก Body สั้น (ตลาดลังเล)
3. แท่งแดงใหญ่ที่ปิดใต้จุดกึ่งกลางของแท่งแรก (Bears เริ่มกลับมา)

Tip: Morning Star และ Evening Star เป็น Pattern ที่น่าเชื่อถือมาก โดยเฉพาะบน Timeframe H4 ขึ้นไป

2. Three White Soldiers & Three Black Crows

Three White Soldiers (ทหาร 3 นาย):

  • แท่งเทียนเขียว 3 แท่งติดต่อกัน แต่ละแท่งเปิดภายใน Body ของแท่งก่อนหน้าและปิดสูงกว่า

  • แสดง แรงซื้อต่อเนื่องที่ทรงพลัง

  • มักเกิดหลัง Downtrend เป็นสัญญาณ Bullish Reversal ที่แรง


Three Black Crows (อีกา 3 ตัว):
  • แท่งเทียนแดง 3 แท่งติดต่อกัน แต่ละแท่งเปิดภายใน Body ของแท่งก่อนหน้าและปิดต่ำกว่า

  • แสดง แรงขายต่อเนื่องที่ทรงพลัง

  • มักเกิดหลัง Uptrend เป็นสัญญาณ Bearish Reversal ที่แรง



วิธีใช้ Candlestick กับ Context

สิ่งสำคัญที่สุด ที่เทรดเดอร์มือใหม่มักพลาดคือ การดู Candlestick Pattern โดยไม่ดูบริบท (Context) รอบข้าง

กฎการใช้ Candlestick ที่ถูกต้อง:

1. ดูตำแหน่งของ Pattern — Pattern เกิดที่ไหน? อยู่ที่ Support/Resistance หรือเปล่า? อยู่ในเทรนด์อะไร? Bullish Engulfing ที่เกิดกลางทางไม่มีค่าเท่ากับที่เกิดที่ Support

2. ดู Timeframe — Pattern บน D1 มีน้ำหนักมากกว่า M5 อย่างเทียบไม่ได้ ยิ่ง Timeframe ใหญ่ ยิ่งมีคนเห็นและตอบสนองมากขึ้น

3. รอ Confirmation — อย่าเข้าเทรดแค่เห็น Pattern เพียงอย่างเดียว รอแท่งเทียนถัดไปยืนยันก่อน เช่น ถ้าเห็น Hammer ที่ Support ให้รอแท่งถัดไปปิดเขียวยืนยัน

4. ใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น — ใช้ร่วมกับ Support/Resistance, Trendline, Moving Average, Volume เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ (Confluence)

5. อย่าท่องจำแค่ชื่อ — สิ่งสำคัญกว่าชื่อ Pattern คือการ เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในตลาด ใครชนะ ใครแพ้ แรงซื้อ/แรงขายเป็นอย่างไร

คำเตือน: ไม่มี Candlestick Pattern ใดที่ทำงานได้ 100% ทุก Pattern มีโอกาสผิดพลาดเสมอ จงใช้ร่วมกับ Risk Management เสมอ


สรุป

  • แท่งเทียนญี่ปุ่นถูกคิดค้นโดย Munehisa Homma มากว่า 200 ปี และยังคงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในปัจจุบัน
  • แท่งเทียนแต่ละแท่งบอก 4 ค่า: Open, High, Low, Close
  • Single Patterns (Doji, Hammer, Shooting Star, Marubozu) บอกสภาวะตลาดในแท่งเดียว
  • Double Patterns (Engulfing, Harami, Tweezers) บอกการเปลี่ยนแปลงของแรงซื้อ/แรงขาย
  • Triple Patterns (Morning Star, Evening Star, Three Soldiers/Crows) บอกสัญญาณกลับตัวที่แรง
  • ห้ามใช้ Pattern อย่างเดียว ต้องดูบริบท ตำแหน่ง Timeframe และใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นเสมอ
  • ในบทถัดไป เราจะเรียนรู้เรื่อง แนวรับแนวต้าน (Support & Resistance) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำให้ Candlestick Pattern มีความหมายมากขึ้น