iJam StudioiJam Studio
กลับหน้า Learn
43 คำศัพท์ · 7 หมวดหมู่

พจนานุกรม Trading

คำศัพท์สำคัญที่เทรดเดอร์ต้องรู้ — อธิบายง่ายๆ เข้าใจทันที

📊

Indicators (ตัวชี้วัด)

9
RSI

วัดว่าราคาขึ้น/ลงเร็วแค่ไหน (0-100) ถ้าสูงมาก = แพงเกินไป ถ้าต่ำมาก = ถูกเกินไป

EMA

เส้นค่าเฉลี่ยราคาที่ให้น้ำหนักราคาล่าสุดมากกว่า ใช้ดู trend

EMA Fast/Slow

EMA สั้น vs EMA ยาว ถ้าสั้นตัดขึ้นผ่านยาว = สัญญาณซื้อ

ADX

วัดความแรงของ trend (0-100) สูง = trend แรง ต่ำ = ตลาดไม่มีทิศทาง

ATR

วัดว่าราคาแกว่งเฉลี่ยเท่าไหร่ต่อแท่ง ใช้คำนวณ SL/TP ให้เหมาะกับความผันผวน

MACD

วัด momentum โดยเทียบ EMA 2 เส้น ถ้า MACD ตัดขึ้นผ่าน Signal = ซื้อ

Bollinger Bands

แถบบน/ล่างรอบเส้นค่าเฉลี่ย ราคาชนแถบล่าง = อาจเด้งขึ้น ชนแถบบน = อาจตกลง

Supertrend

เส้น trend ที่คำนวณจาก ATR เมื่อราคาข้ามเส้น = trend เปลี่ยน

Donchian Channel

เส้นราคาสูงสุด/ต่ำสุดของ N แท่ง ราคาทะลุขึ้น = breakout ซื้อ

🧪

Backtest (ทดสอบย้อนหลัง)

7
Backtest

เอา strategy ไปรันกับข้อมูลราคาในอดีต ดูว่าจะกำไรหรือขาดทุน

IS (In-Sample)

ข้อมูล 70% แรก ใช้ "ฝึก" strategy เหมือนข้อสอบที่เฉลยแล้ว

OOS (Out-of-Sample)

ข้อมูล 30% หลัง ที่ strategy ไม่เคยเห็น เหมือนข้อสอบจริง

Walk-Forward

แบ่ง data เป็นหลายช่วง ทดสอบทีละช่วง ดูว่า strategy ทำกำไรสม่ำเสมอไหม

Fold

แต่ละช่วงย่อยใน Walk-Forward (เช่น 46 folds = ทดสอบ 46 เดือนแยกกัน)

Heatmap

ตารางสี แสดงผล strategy เมื่อเปลี่ยน params ถ้าเขียวกว้าง = robust ถ้าเขียวจุดเดียว = overfitted

Overfitted

strategy "ท่องจำ" data เก่าเก่งมาก แต่พอเจอ data ใหม่กลับแย่ เหมือนท่องข้อสอบเก่าแต่สอบจริงตก

📈

Metrics (ตัวชี้วัดผล)

6
PF (Profit Factor)

กำไรรวม ÷ ขาดทุนรวม ถ้า >1 = กำไร ถ้า <1 = ขาดทุน

Return %

กำไรหรือขาดทุนรวม เทียบกับเงินทุนตั้งต้น

Max Drawdown (DD)

ทุนลดลงมากสุดเท่าไหร่จากจุดสูงสุด ก่อนจะฟื้นกลับ เช่น -40% = เงินหายไป 40% ก่อนกลับมา

Win Rate

กี่ % ของ trade ทั้งหมดที่ชนะ

Sharpe Ratio

ผลตอบแทน ÷ ความเสี่ยง ยิ่งสูง = ได้กำไรเยอะเมื่อเทียบกับความเสี่ยง

Consistency

กี่ % ของ folds ที่ทำกำไร ยิ่งสูง = strategy สม่ำเสมอ

🎰

Martingale (มาร์ติงเกล)

9
Martingale

วิธีเพิ่ม lot เมื่อขาดทุน หวังว่าเมื่อชนะจะได้คืนทั้งหมด

Layer

แต่ละ position ที่เปิดซ้อนกัน (layer 0 = ตัวแรก, layer 6 = ตัวที่ 7)

Basket

กลุ่มของ layers ทั้งหมดใน 1 รอบ Martingale

Basket TP

เป้ากำไรรวมของ basket ถ้าถึง = ปิดทุก layer ทันที

Basket Win Rate

กี่ % ของ basket ที่จบด้วยกำไร

Layer Spacing

ราคาต้องขยับเท่าไหร่ก่อนเปิด layer ถัดไป (เช่น 4 ATR)

Lot Scale

ตัวคูณ lot แต่ละ layer (1.3x = layer ถัดไปใหญ่กว่า 30%)

Max Layers

จำนวน layer สูงสุดที่เปิดได้ ยิ่งเยอะ = เสี่ยงมากแต่มีโอกาส recover มากขึ้น

Max Hold

เวลาสูงสุดที่ถือ basket ก่อนบังคับปิด ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน

💰

Trading Costs (ต้นทุนการเทรด)

4
Commission

ค่าธรรมเนียมที่ broker เก็บทุก trade (เช่น 0.07% ต่อรอบ)

Slippage

ราคาที่ได้จริงต่างจากราคาที่สั่ง เพราะตลาดขยับระหว่าง execute

Spread

ส่วนต่างราคา Bid/Ask ที่ broker เก็บ ยิ่งแคบ = ต้นทุนยิ่งต่ำ

Pip

หน่วยเคลื่อนไหวราคาที่เล็กที่สุด (EURUSD: 1 pip = 0.0001)

🕐

Session (ช่วงเวลาตลาด)

4
London Session

ตลาดยุโรปเปิด (07:00-16:00 UTC) volume สูง spread แคบ

New York Session

ตลาดอเมริกาเปิด (13:00-22:00 UTC) volatile ช่วงข่าว

Asian Session

ตลาดเอเชียเปิด (00:00-09:00 UTC) volume ต่ำ ราคานิ่ง

London+NY Overlap

ช่วงที่ 2 ตลาดเปิดพร้อมกัน (13:00-16:00 UTC) volume สูงสุดของวัน

🗃️

Data Source (แหล่งข้อมูล)

4
yfinance

ดึงราคาฟรีจาก Yahoo Finance (ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ราคา broker)

cTrader

ดึงราคาจาก broker โดยตรง (ราคาตรงกับที่จะเทรดจริง)

OHLCV

Open, High, Low, Close, Volume = ข้อมูลราคา 5 อย่างของแท่งเทียน 1 แท่ง

Timeframe

ช่วงเวลาต่อ 1 แท่งเทียน (M5 = 5 นาที, H1 = 1 ชั่วโมง, D1 = 1 วัน)