พจนานุกรม Trading
คำศัพท์สำคัญที่เทรดเดอร์ต้องรู้ — อธิบายง่ายๆ เข้าใจทันที
Indicators (ตัวชี้วัด)
9RSIวัดว่าราคาขึ้น/ลงเร็วแค่ไหน (0-100) ถ้าสูงมาก = แพงเกินไป ถ้าต่ำมาก = ถูกเกินไป
EMAเส้นค่าเฉลี่ยราคาที่ให้น้ำหนักราคาล่าสุดมากกว่า ใช้ดู trend
EMA Fast/SlowEMA สั้น vs EMA ยาว ถ้าสั้นตัดขึ้นผ่านยาว = สัญญาณซื้อ
ADXวัดความแรงของ trend (0-100) สูง = trend แรง ต่ำ = ตลาดไม่มีทิศทาง
ATRวัดว่าราคาแกว่งเฉลี่ยเท่าไหร่ต่อแท่ง ใช้คำนวณ SL/TP ให้เหมาะกับความผันผวน
MACDวัด momentum โดยเทียบ EMA 2 เส้น ถ้า MACD ตัดขึ้นผ่าน Signal = ซื้อ
Bollinger Bandsแถบบน/ล่างรอบเส้นค่าเฉลี่ย ราคาชนแถบล่าง = อาจเด้งขึ้น ชนแถบบน = อาจตกลง
Supertrendเส้น trend ที่คำนวณจาก ATR เมื่อราคาข้ามเส้น = trend เปลี่ยน
Donchian Channelเส้นราคาสูงสุด/ต่ำสุดของ N แท่ง ราคาทะลุขึ้น = breakout ซื้อ
Backtest (ทดสอบย้อนหลัง)
7Backtestเอา strategy ไปรันกับข้อมูลราคาในอดีต ดูว่าจะกำไรหรือขาดทุน
IS (In-Sample)ข้อมูล 70% แรก ใช้ "ฝึก" strategy เหมือนข้อสอบที่เฉลยแล้ว
OOS (Out-of-Sample)ข้อมูล 30% หลัง ที่ strategy ไม่เคยเห็น เหมือนข้อสอบจริง
Walk-Forwardแบ่ง data เป็นหลายช่วง ทดสอบทีละช่วง ดูว่า strategy ทำกำไรสม่ำเสมอไหม
Foldแต่ละช่วงย่อยใน Walk-Forward (เช่น 46 folds = ทดสอบ 46 เดือนแยกกัน)
Heatmapตารางสี แสดงผล strategy เมื่อเปลี่ยน params ถ้าเขียวกว้าง = robust ถ้าเขียวจุดเดียว = overfitted
Overfittedstrategy "ท่องจำ" data เก่าเก่งมาก แต่พอเจอ data ใหม่กลับแย่ เหมือนท่องข้อสอบเก่าแต่สอบจริงตก
Metrics (ตัวชี้วัดผล)
6PF (Profit Factor)กำไรรวม ÷ ขาดทุนรวม ถ้า >1 = กำไร ถ้า <1 = ขาดทุน
Return %กำไรหรือขาดทุนรวม เทียบกับเงินทุนตั้งต้น
Max Drawdown (DD)ทุนลดลงมากสุดเท่าไหร่จากจุดสูงสุด ก่อนจะฟื้นกลับ เช่น -40% = เงินหายไป 40% ก่อนกลับมา
Win Rateกี่ % ของ trade ทั้งหมดที่ชนะ
Sharpe Ratioผลตอบแทน ÷ ความเสี่ยง ยิ่งสูง = ได้กำไรเยอะเมื่อเทียบกับความเสี่ยง
Consistencyกี่ % ของ folds ที่ทำกำไร ยิ่งสูง = strategy สม่ำเสมอ
Martingale (มาร์ติงเกล)
9Martingaleวิธีเพิ่ม lot เมื่อขาดทุน หวังว่าเมื่อชนะจะได้คืนทั้งหมด
Layerแต่ละ position ที่เปิดซ้อนกัน (layer 0 = ตัวแรก, layer 6 = ตัวที่ 7)
Basketกลุ่มของ layers ทั้งหมดใน 1 รอบ Martingale
Basket TPเป้ากำไรรวมของ basket ถ้าถึง = ปิดทุก layer ทันที
Basket Win Rateกี่ % ของ basket ที่จบด้วยกำไร
Layer Spacingราคาต้องขยับเท่าไหร่ก่อนเปิด layer ถัดไป (เช่น 4 ATR)
Lot Scaleตัวคูณ lot แต่ละ layer (1.3x = layer ถัดไปใหญ่กว่า 30%)
Max Layersจำนวน layer สูงสุดที่เปิดได้ ยิ่งเยอะ = เสี่ยงมากแต่มีโอกาส recover มากขึ้น
Max Holdเวลาสูงสุดที่ถือ basket ก่อนบังคับปิด ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน
Trading Costs (ต้นทุนการเทรด)
4Commissionค่าธรรมเนียมที่ broker เก็บทุก trade (เช่น 0.07% ต่อรอบ)
Slippageราคาที่ได้จริงต่างจากราคาที่สั่ง เพราะตลาดขยับระหว่าง execute
Spreadส่วนต่างราคา Bid/Ask ที่ broker เก็บ ยิ่งแคบ = ต้นทุนยิ่งต่ำ
Pipหน่วยเคลื่อนไหวราคาที่เล็กที่สุด (EURUSD: 1 pip = 0.0001)
Session (ช่วงเวลาตลาด)
4London Sessionตลาดยุโรปเปิด (07:00-16:00 UTC) volume สูง spread แคบ
New York Sessionตลาดอเมริกาเปิด (13:00-22:00 UTC) volatile ช่วงข่าว
Asian Sessionตลาดเอเชียเปิด (00:00-09:00 UTC) volume ต่ำ ราคานิ่ง
London+NY Overlapช่วงที่ 2 ตลาดเปิดพร้อมกัน (13:00-16:00 UTC) volume สูงสุดของวัน
Data Source (แหล่งข้อมูล)
4yfinanceดึงราคาฟรีจาก Yahoo Finance (ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ราคา broker)
cTraderดึงราคาจาก broker โดยตรง (ราคาตรงกับที่จะเทรดจริง)
OHLCVOpen, High, Low, Close, Volume = ข้อมูลราคา 5 อย่างของแท่งเทียน 1 แท่ง
Timeframeช่วงเวลาต่อ 1 แท่งเทียน (M5 = 5 นาที, H1 = 1 ชั่วโมง, D1 = 1 วัน)
